ทริป ทัวร์ ไทย dot com ทริป ทัวร์ ไทย dot com
 
ทริป ทัวร์ ไทยHome
ทริป ทัวร์ ไทยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
ทริป ทัวร์ ไทยท่องเที่ยว 76 จังหวัด
ทริป ทัวร์ ไทยเทศกาลประจำเดือน
ทริป ทัวร์ ไทยท่องเที่ยวตามฤดุ
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าร้อน
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าฝน
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าหนาว
ทริป ทัวร์ ไทยกิจกรรมท่องเที่ยว
ทริป ทัวร์ ไทยโรงแรม ที่พัก
ทริป ทัวร์ ไทยร้านอาหารแนะนำ
ทริป ทัวร์ ไทยบริษัททัวร์
ทริป ทัวร์ ไทยเบอร์โทรศัพท์
ทริป ทัวร์ ไทยรถยนต์ เครื่องบิน รถไฟ
ทริป ทัวร์ ไทยเพิ่มข้อมูล | แนะนำเรา
 
ทาสีบ้าน
" P A I N T  'n  B U I L D "

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

painting service in bangkok

ต้องการ ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด   ทาสีบ้าน
  ทาสีบ้าน  ทาสีห้องคอนโด 
painting service in bangkok โทรเลย!! .   โทร. 02-300-4791
  click  " P A I N T  'n  B U I L D "

หางาน อมตะนคร หางาน อมตะซิตี้ หางานนิคม หางานนิคมอมตะ
ทาสีบ้าน
MRThaiPaint.com

สี toa  สีราคาถูก  สีทีโอเอ  ร้านขายสี  ขายสี  ร้านสี   สี toa  สีราคาถูก  สีทีโอเอ  ร้านขายสี  ขายสี  ร้านสี  
click เลย !!
:. advertisement  
PaintandBuild.com : ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด   ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด  painting service in bangkok  
AmataJOBS.com : หางาน อมตะนคร  หางานนิคม  หางาน อมตะซิตี้  หางานนิคมอมตะ  หางาน อมตะนคร  หางานนิคม  หางาน อมตะซิตี้  หางานนิคมอมตะ 
SiamPainter.com : รับเหมาทาสี  ทาสีตึก   ทาสีหอพัก   ทาสีอาคารสูง   ทาสีโรงแรม  ทาสีโรยตัว   ช่างทาสี  ช่างสี  
MRThaipaint.com : สี toa สีราคาถูก สีทีโอเอ ร้านขายสี ขายสี ร้านสี  สีทาบ้าน 
สนใจโฆษณา โทร. 02-300-4791

:: จังหวัดนครนายก ::


อ. เมือง
ศาลหลักเมือง
เดิมเป็นเสาไม้ ยาวประมาณ 1 เมตรเศษ ปลายเสา แกะสลักเป็นรูปดอกบัวตั้งอยู่บริเวณกำแพงเมืองเก่า ปัจจุบันคือบริเวณ บ้านพักผู้ช่วยที่ดินจังหวัดและศูนย์บริการ สาธารณสุขเทศบาล ประมาณ พ.ศ. 2453 ทางราชการเห็นว่า ศาลหลักเมืองเดิมชำรุดมากจึงได้ย้าย หลักเมืองไปประดิษฐานที่ตึกแดงในโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด คือ โรงเรียน ศรีนครนายก ภายหลังได้ย้ายมาสร้างใหม่ ณ สถานที่ปัจจุบันโดยสร้าง เป็นศาลาจตุรมุข เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองจนถึงทุกวันนี้
หลวงพ่อเศียรนคร
ประดิษฐานอยู่ ณ วัดบุญนาค รักขิตาราม (วัดต่ำ)ตำบลนครนายก เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เลื่อมใสศรัทธาของ ชาวจังหวัดนครนายก สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูป สมัยพระร่วง ขุดพบเมื่อ พ.ศ. 2495 บริเวณโรงกลั่นสุราจังหวัดนครนายก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้วัดนางหงษ์ ตำบลท่าช้าง โดยขุดพบแต่เศียรไม่มีองค์ และได้นำไปไว้ที่โรงเรียนนายก พิทยา (ปัจจุบันยุบไปแล้ว) ต่อมานำไปประดิษฐานที่วัดบุญนาครักขิตาราม มาในปี พ.ศ. 2511 นางผล รอดอุไร มีศรัทธาสร้างองค์พระและโบสถ์ถวาย และถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “หลวงพ่อ เศียรนคร” ตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา
รอยพระพุทธบาทจำลองเขานางบวช
อยู่ในมณฑปบนยอดเขา นางบวชตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลสาริกาห่างจาก ตัวจังหวัดประมาณ 9 กิโลเมตร เขานางบวช สูงประมาณ 100 เมตร ทางขึ้นมีบันไดคอนกรีตจากเชิงเขาถึง มณฑป 227 ขั้น รอยพระพุทธบาทนี้สร้างไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2401 แรม 8 ค่ำ เดือน 12 ปีระกา มีงานเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทในกลาง เดือน 5 ของทุกปี
แหล่งโบราณคดีบ้านดงละคร หรือเมืองดงละคร
ตั้งอยู่ที่ตำบล ดงละคร ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศใต้ ประมาณ 9 กิโลเมตร แต่เดิมเรียก กันว่า “เมืองลับแล” เป็นสถานที่ตั้งเมือง โบราณสมัยขอมมีอำนาจมีแนว กำแพงเป็นเนินดินและคูเมือง ปรากฏอยู่ ชาวบ้านเรียกกันว่า “สันคูเมือง” เป็นกำแพงเมืองสองชั้น และมีคูน้ำล้อมรอบ ซึ่งเป็นแบบเมืองทวารวดีทางภาค กลางของไทย ความรุ่งเรืองที่เด่นชัดแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกเริ่มพุทธ ศตวรรษที่ 14-16 เป็นวัฒนธรรมแบบทวารวดี ช่วงที่สองราวพุทธศตวรรษ ที่ 17-19 เป็นวัฒนธรรมเขมร และวัฒนธรรมก่อนอยุธยา พุทธศตวรรษที่ 19 ชาวบ้านดงละคร คงจะอพยพไปตั้งถิ่นฐานตามลำน้ำสายหลักในจังหวัด นครนายก สันนิษฐานว่าน่าจะมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับเมืองศรีมโหสถ เมืองทั้งสองอยู่ห่างกัน 55 กิโลเมตร โบราณวัตถุที่ค้นพบ เช่น เศียรพระพุทธรูป กะไหล่ทองขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย ตราประทับหัวแหวนรูปปู รูปช้าง แหวน สำริด ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน ตุ้มหูสำริด

สำหรับตำนานเมืองลับแลนั้นเล่ากันว่า เมืองนี้เคยเป็นเมืองของราชินี ขอมซึ่งเป็นที่รโหฐานผู้อื่นไม่สามารถเข้าออกได้ง่ายนัก ประกอบกับลักษณะ ของบริเวณเมืองมีต้นไม้สูงขึ้นอยู่ทั่วไปใครเข้าไปแล้ว อาจหาทางออกไม่ได้ จะต้องวนเวียนอยู่ในดงนั้นเอง และในวันโกนวันพระ วันดีคืนดี จะได้ยินเสียง กระจับปี่ สีซอ ปี่พาทย์ มโหรีขับกล่อมคล้าย ๆ กับมีการเล่นละครในวัง ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “ดงละคร” หรืออีกนัยหนึ่งคำว่า “ดงละคร” นั้นอาจ เพี้ยนมาจาก“ดงนคร” กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนที่นี่เป็นโบราณ สถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478
อนุสรณ์สถานกองพลทหารญี่ปุ่นที่ 37
อยู่ที่วัดพรหมณี ตำบลสาริกา ประมาณกิโลเมตรที่ 5 ทางไปน้ำตกสาริกา-นางรอง สมัย สงครามมหาเอเชียบูรพา พ.ศ. 2482-2488 กองพลทหาร ญี่ปุ่นที่ 37 เคยมาตั้งทัพอยู่ที่วัดนี้ สมาคมทหารสหายสงคราม กองพลญี่ปุ่น ที่ 37 จึงสร้างอนุสรณ์สถานขึ้นที่นี่ เมื่อปี พ.ศ. 2535 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงดวงวิญญาณ ของบรรดาทหารสังกัดกองพลญี่ปุ่นที่ 37 จำนวน 7,920 นาย ซึ่งเสียชีวิต ในระหว่างสงคราม โดยนำอัฐิที่ฝังอยู่ในบริเวณวัดมาบรรจุในแท่นที่จัดสร้างขึ้น

นอกจากนี้ภายในโบสถ์วัดพราหมมณียังมีพระพุทธรูปเก่าแก่ทรงเครื่อง ดอกพิกุล พระโอษฐ์แดง เล่ากันว่าชาวลาวอพยพได้อัญเชิญมาเมื่อสมัย เวียงจันทน์แตก เรียกกันว่า “พระพุทธรูปปากแดง” ปกติโบสถ์ไม่เปิดแต่หาก ประสงค์จะชมติดต่อขออนุญาตได้ที่เจ้าอาวาส
น้ำตกสาริกา
ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศ ตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สายน้ำไหลตกจากหน้าผาเป็นทอดๆ สูงถึง 9 ชั้น ผาที่สูงที่สุดสูงประมาณ 200 เมตร แต่ละชั้นมีอ่างรับน้ำมีน้ำมากในฤดูฝนส่วนฤดูแล้งน้ำจะแห้ง บริเวณด้านล่างของน้ำตกมีบริการร้านอาหาร และร้านจำหน่ายของที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง เช่น ไม้กวาด ดอกไม้ที่ทำจากไม้โสนป่า ฯลฯ การเดินทาง สะดวกมากไปตามทางหลวงหมายเลข 3049 เป็นระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวง 3050 อีกประมาณ 3 กิโลเมตร

ในบริเวณใกล้เคียงกันมี “ถ้ำสาริกา” อาจารย์มั่น ภูริฑตฺโต เคยมา บำเพ็ญศาสนธรรมที่นี่ระหว่าง พ.ศ. 2460-2463 สภาพเป็นเนินเขา ภายในบริเวณประกอบด้วยกุฏิของสงฆ์และชี เรือนบูชาหลวงปู่มั่น และโบสถ์ ซึ่งอยู่ตอนสุดทางเดินเท้าขึ้นเขา
น้ำตกลานรักหรือน้ำตกตาดหินกอง
ตั้งอยู่ในตำบลพรหมณี ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกสาริกาและน้ำตกนางรอง โดยแยกซ้ายที่ สี่แยกประชาเกษม ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 8 (ไปทางเดียวกับอ่างเก็บน้ำ ทรายทอง) และเดินทางต่อด้วยถนนลูกรัง อีกประมาณ 5 กิโลเมตรก็จะถึง บริเวณตัวน้ำตกซึ่งเกิดจากสายธารเล็กๆ ไหลผ่านลานหินในช่วงสุดท้าย ไหลพุ่งเป็นทางยาวผ่านลานหินที่กว้างเลียบตรงเชิงเขาเตี้ย ๆ อย่างสวยงาม และแปลกไปจากน้ำตกแห่งอื่นๆ มีน้ำเฉพาะในฤดูฝน
อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ
ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาพระ แยกซ้ายมือจากถนน ไปน้ำตกสาริกา-นางรอง ตรงหลักกิโลเมตรที่ 1 ไปตามถนนเขาทุเรียน ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก แต่มีผิวน้ำกว้าง มีน้ำตลอดปีมีถนนดินรอบอ่าง ภูมิประเทศโดยรอบยังมีความงามตามธรรมชาติ ททท.กำลังสนับสนุนให้การพัฒนาให้ป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับพักผ่อน หย่อนใจของประชาชนและใช้เป็นศูนย์กีฬาทางน้ำของจังหวัดเนื่องจาก มีศักยภาพในการเล่นเรือกรรเชียง เรือแคนูน้ำเรียบ เรือใบ และวินด์เซริฟ ในบางฤดู
อ่างเก็บน้ำทรายทอง
ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาพระ ไปทางเดียวกับอ่างเก็บน้ำ ห้วยปรือเลยมาอีก 4 กิโลเมตร เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กภูมิประเทศเป็น ภูเขาคงความสวยงามตามธรรมชาติ เหนืออ่างเก็บน้ำ ขึ้นไปประมาณ 2 กิโลเมตร มีน้ำตกชื่อ น้ำตกทรายทอง เป็นน้ำตกขนาดเล็กแต่มีน้ำ เกือบตลอดปีต้องเดินเท้าเข้าไปจากอ่างเก็บน้ำใช้ เวลาประมาณ 30 นาที
วังตะไคร้
ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง ใกล้กับน้ำตกนางรอง อยู่ห่างจาก ตัวเมืองประมาณ 16 กิโลเมตร เป็นของกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิจ และหม่อมราชวงศ์หญิงพันธุ์ทิพย์บริพัตร เป็นอุทยานที่ได้รัการตกแต่งด้วย พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ในเนื้อที่ 1,500 ไร่ มีถนนให้นำรถยนต์ เข้าชมในบริเวณได้ เปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วไปทั้งประเภทเช้าไปเย็นกลับ และประเภทค้างแรม โดยคิดค่าผ่านประตูดังนี้

- รถบัส 500 บาท
- รถตู้, ปิคอัพ (ไม่เกิน 10 คน) 100 บาท
- รถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่เกิน 5 คน) 50 บาท
- บุคคล 5 บาท

น้ำตกนางรอง
ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวัน ออกเฉียงเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร น้ำตกนางรองอยู่ในเขตอุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ไหลลดหลั่น ลงมาเป็นชั้นๆไม่สูงนัก มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ การจัดบริเวณ เป็นระเบียบสะอาดตา และมีบ้านพักบริการ การเดินทาง ไปตาม ทางหลวงหมายเลข 3049

การเข้าชมน้ำตกนางรองนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าบำรุง สถานที่ดังนี้

รถยนต์โดยสาร (รวมบุคคล) 100 บาท
รถยนต์เล็ก (รวมบุคคล) 50 บาท
รถตู้ 100 บาท
รถจักรยานยนต์ 10 บาท
บุคคล 3 บาท

อ. บ้านนา
น้ำตกกะอาง
ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาเพิ่มจากตัวเมืองไปตามถนน สุวรรณศรถึงอำเภอบ้านนาเยื้องกับสถานีตำรวจภูธร อำเภอบ้านนา มีถนนแยกไปน้ำตกกะอางระยะทาง 11 กิโลเมตร เป็นน้ำตกเล็กๆ ลักษณะ เป็นลานหินกว้างมีน้ำตกไหลผ่านตาม ช่องหินในบริเวณยังไม่มีสิ่งอำนวย ความสะดวกใดๆ บริเวณใกล้เคียงมีสถานีเพาะชำกล้าไม้ของกรมป่าไม้ ตั้งอยู่ด้วย และมีเนินเขาเป็นที่ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย
พระพุทธบาท 4 รอย
ประดิษฐาน ณ มณฑปวัดทองย้อย เป็นโบราณสถานอันเก่าแก่ มีคุณค่าทางศิลปะซึ่งแสดงถึงความประณีตงดงาม ในการประดิษฐ์การหล่อของฝีมือช่างไทยสมัยโบราณ มีงานนมัสการทุกวัน ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี

อ. ปากพลี
น้ำตกวังม่วง
ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหินลาด มีทางแยกซ้ายมือจากถนน สุวรรณศรที่อำเภอปากพลีไปยังน้ำตกวังม่วง ระยะทาง 16 กิโลเมตร เส้นทางสะดวกไปจนถึงบริเวณน้ำตก มีน้ำไหลผ่านแนวหินเป็นระยะๆ แล้วไหลลงมายังอ่างรับน้ำสุดท้ายบริเวณโดยรอบเป็นป่าร่มรื่น ต้องเดินเท้า ขึ้นเขาไปประมาณ 2 กิโลเมตร จึงจะสุดน้ำตก
ธุดงคสถานถาวรนิมิติ
ตั้งอยู่ที่บ้านบุ่งเข้ ตำบลหนองแสง จากตัวเมืองแยกซ้ายมือจากถนนสุวรรณศรไปตามทางหลวงสาย นครนายก-ท่าด่าน (ถนนสาย 3239) ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร มีทางแยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร บริเวณธุดงคสถานถาวร นิมิตมีเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ อยู่ติดกับเทือกเขาใหญ่ที่รายล้อมด้วยภูเขา ขนาดเล็กและปานกลาง บริเวณมีไม้ยืนต้นร่มรื่นและเงียบสงบมีกุฏิปฏิบัติ ธรรม นับร้อยหลัง สำหรับพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และประชาชน ผู้สนใจปฏิบัติธรรมทั่วไป ธุดงคสถานถาวรนิมิตนี้อยู่ในความอุปถัมภ์ ของมูลนิธิถาวรจิตตถาวโรวงศ์มาลัย ติดต่อที่ (037) 313-596
น้ำตกเหวนรก
ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหล ผ่านน้ำตกชั้นนี้จะพุ่งไหลสู่หน้าผาชั้นที่สองและชั้นที่ สาม ที่อยู่ถัดลงไปใกล้ ในช่วงฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมากจนน่ากลัว ดิ่งลงมาทำมุม 90 องศา ไหลทะลัก ไปสู่หุบเหวเบื้องล่าง

การเดินทาง จากตัวเมืองไปตามถนนสุวรรณศร ถึงสี่แยก เนินหอมหรือวงเวียนนเรศวรที่จังหวัดปราจีนบุรี เลี้ยวซ้าย เข้าทางหลวง 3077 ซึ่งเป็นทางขึ้นเขาใหญ่ ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 24

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถประจำทาง สายกรุงเทพฯ-ปราจีน ออกจากสถานีขนส่ง สายเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 ไปลงที่สี่แยกนเรศวรแล้วต้องเหมารถรับจ้าง ต่อขึ้นไป

อ. องครักษ์
ศาลเจ้าพ่อองครักษ์
ตั้งอยู่ฝั่งแม่น้ำนครนายกในเขตตำบลสันทรายมูล มีเรื่องเล่าว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลย์ ราชสมบัติได้เสด็จประพาสจังหวัดปราจีนบุรี โดยเสด็จผ่านมาตามลำแม่น้ำ นครนายกและได้มาประทับแรมบริเวณ ที่ตั้งศาลเจ้าพ่อองครักษ์ในปัจจุบัน ในระหว่างประทับแรมอยู่นั้นนาย ทหารราชองครักษ์ป่วยและเสียชีวิตลง เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ราชองครักษ์ ทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างศาลขึ้นเป็น อนุสรณ์ ศาลแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกว่า“ศาลเจ้าพ่อองครักษ์” และใช้เป็นชื่อของ อำเภอองครักษ์ ในปัจจุบันด้วย บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อองครักษ์นี้ เป็นวังน้ำวน น้ำไหลเชี่ยวมาก สำหรับทางราชการถือว่าน้ำตรงวังน้ำเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ จึงนำไปทำพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษก เมื่อคราวประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน
ศูนย์ไม้ดอก ไม้ประดับ
ตลอดแนวคลอง 15 เป็นแหล่งเพาะขยาย พันธุ์พืชทั้งไม้ดอกไม้ประดับต่างๆนับว่าที่นี่เป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับจากที่นี่จะจัดส่งไปยังแหล่งจำหน่ายต่างๆทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวสามารถแวะชมและเลือกซื้อได้ ในราคาขายส่ง และที่ศูนย์ สาธิตการตลาดหมู่ 11มีวัสดุเพาะชำต้นไม้ขายในราคาถูก หาไม่ยากจาก ปากคลองตรงไปตามถนนเรื่อยๆ และเลี้ยวขวาตรงวัดสันติธรรมไปประมาณ 8 กิโลเมตร

ข้อมูลท่องเที่ยว
ข้อมูลจังหวัด จ.นครนายก
โรงแรม ที่พัก โรงแรม ที่พัก
ร้านอาหาร ร้านอาหาร
ของฝาก ที่ระลึก ของฝาก ที่ระลึก
แหล่งท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว
เทศกาล ประเพณี เทศกาล ประเพณี
กิจกรรม กิจกรรม
เที่ยวตามฤดู เที่ยวตามฤดู

แหล่งท่องเที่ยวอุทยานฯ
    โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
    อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
 


@ Copyright. 2001 - 2017. All Right Reserved
เลขที่ 11 ซ.รามคำแหง 24 แยก 34 หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240. Tel. 02-300-4791 , Fax. 02-300-4314. อีเมล์ : sunny@triptourthai.com