ทริป ทัวร์ ไทย dot com ทริป ทัวร์ ไทย dot com
 
ทริป ทัวร์ ไทยHome
ทริป ทัวร์ ไทยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
ทริป ทัวร์ ไทยท่องเที่ยว 76 จังหวัด
ทริป ทัวร์ ไทยเทศกาลประจำเดือน
ทริป ทัวร์ ไทยท่องเที่ยวตามฤดุ
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าร้อน
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าฝน
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าหนาว
ทริป ทัวร์ ไทยกิจกรรมท่องเที่ยว
ทริป ทัวร์ ไทยโรงแรม ที่พัก
ทริป ทัวร์ ไทยร้านอาหารแนะนำ
ทริป ทัวร์ ไทยบริษัททัวร์
ทริป ทัวร์ ไทยเบอร์โทรศัพท์
ทริป ทัวร์ ไทยรถยนต์ เครื่องบิน รถไฟ
ทริป ทัวร์ ไทยเพิ่มข้อมูล | แนะนำเรา
 
ทาสีบ้าน
" P A I N T  'n  B U I L D "

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

painting service in bangkok

ต้องการ ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด   ทาสีบ้าน
  ทาสีบ้าน  ทาสีห้องคอนโด 
painting service in bangkok โทรเลย!! .   โทร. 02-300-4791
  click  " P A I N T  'n  B U I L D "

หางาน อมตะนคร หางาน อมตะซิตี้ หางานนิคม หางานนิคมอมตะ
ทาสีบ้าน
MRThaiPaint.com

สี toa  สีราคาถูก  สีทีโอเอ  ร้านขายสี  ขายสี  ร้านสี   สี toa  สีราคาถูก  สีทีโอเอ  ร้านขายสี  ขายสี  ร้านสี  
click เลย !!
:. advertisement  
PaintandBuild.com : ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด   ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด  painting service in bangkok  
AmataJOBS.com : หางาน อมตะนคร  หางานนิคม  หางาน อมตะซิตี้  หางานนิคมอมตะ  หางาน อมตะนคร  หางานนิคม  หางาน อมตะซิตี้  หางานนิคมอมตะ 
SiamPainter.com : รับเหมาทาสี  ทาสีตึก   ทาสีหอพัก   ทาสีอาคารสูง   ทาสีโรงแรม  ทาสีโรยตัว   ช่างทาสี  ช่างสี  
MRThaipaint.com : สี toa สีราคาถูก สีทีโอเอ ร้านขายสี ขายสี ร้านสี  สีทาบ้าน 
สนใจโฆษณา โทร. 02-300-4791

:: จังหวัดสิงห์บุรี ::


อ. เมือง
ศาลากลางและศาลจังหวัดสิงห์บุรี
นับเป็นโบราณสถานที่มีความสวยงามและมีคุณค่าทางสถาปัตย กรรมมาก ศาลจังหวัดสิงห์บุรีสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 129 และศาลากลางจังหวัดสร้างขึ้นในปี ร.ศ. 130 ตั้งอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2533
วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร
เดินทางไปตามเส้นทางสายสิงห์บุรี-สุพรรณบุรี ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นของคู่บ้านคู่เมืององค์พระยาว 1 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว ภายในพระวิหารมี พระกาฬและพระแก้ว ซึ่งเป็นพระศิลาลงรักปิดทอง และพระหล่อนั่งขัดสมาธิเพชรอันศักดิ์สิทธิ์และมีพระพุทธลักษณะงดงาม วัดนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางถนนสิงห์บุรี-ค่ายบางระจัน 4 กิโลเมตร เปิดให้เข้าชมและนมัสการทุกวัน
วัดหน้าพระธาตุ
อยู่ในเขตหมู่บ้านพลับ ตำบลจักรสีห์ ห่างจากวัดพระนอนจักรสีห์ไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อย เดิมชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่าวัดหัวเมือง สันนิษฐานว่าสถานที่บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของเมืองสิงห์เก่า สิ่งที่สำคัญของวัดนี้คือ มีพระปรางค์ที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น สูงประมาณ 8 วา ฐานก่อด้วยศิลาแลง ภายหลังมีการเสริมแต่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาตอนต้น ทิศตะวันออกขององค์ปรางค์มีพระวิหารหลวง ทิศตะวันตกเป็นพระอุโบสถ มีเจดีย์กลมเรียงรายหลายองค์
วัดสว่างอารมณ์
ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นโพธิ์ ห่างจากศาลากลางจังหวัดหลังเก่าไปทางทิศใต้ ตามลำน้ำเจ้าพระยาประมาณ 2 กิโลเมตร วัดนี้เป็นแหล่งปั้นพระพุทธรูปเหมือน ที่สืบทอดวิชาปั้นพระพุทธรูปมาจากตระกูลช่างบ้านช่างหล่อธนบุรี และวัดนี้ยังเป็นแหล่งเก็บรวบรวมตัวหนังใหญ่ที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันมีตัวหนังใหญ่ที่สมบูรณ์และยังสามารถเล่นได้กว่า 300 ตัว นอกจากนี้ยังมีเรือหางยาวอันเก่าแก่ที่เคยมีชื่อเสียงเลื่องลือของจังหวัดสิงห์บุรี เช่น เรือหงษ์ทอง ที่ทางวัดได้เก็บรักษาและอนุรักษ์ไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ชมอีกด้วย
วัดประโชติการาม
อยู่ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปตามเส้นทางสิงห์บุรี-ชัยนาท (สายเก่า) ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่ที่มีพระพุทธรูปยืนอยู่ 2 องค์คือ หลวงพ่อทรัพย์และหลวงพ่อสิน ซึ่งมีพุทธลักษณะที่งดงามยิ่ง เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป
วัดกระดังงาบุปผาราม
อยู่เลยจากวัดประโชติการามไปเล็กน้อย อยู่ในเขตตำบลบางกระบือ ซึ่งมีโบสถ์รูปทรงสมัยใหม่อันงดงามไม่เหมือนโบสถ์แห่งไหน สร้างอยู่บนฐานศาลาการเปรียญหลังเก่า และวัดนี้ยังมีเจดีย์โบราณรูปทรงคล้ายเจดีย์สมัยอยุธยา อยู่ทางด้านหลังของวิหารอันเก่าแก่ซึ่งมีประวัติที่น่าสนใจยิ่ง

อ. พรหมบุรี
วัดกุฎีทอง
อยู่ในเขตตำบลบางน้ำเชี่ยวบริเวณกิโลเมตรที่ 17 จากตัวเมืองบนเส้นทางสาย 32 เลยจากอำเภอพรหมบุรีไปเล็กน้อย ในวัดมีเจดีย์ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนยอดและภายในองค์พระเจดีย์นั้นเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทโลหะจำลองไว้เป็นที่เคารพสักการะ

บริเวณวัดกุฎีทองยังมีศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน (ไทยพวน) ซึ่งได้รวบรวมเครื่องใช้ไม้สอยในชีวิตประจำวันต่างๆ ของชาวไทยพวน เครื่องมือทำนา ดักสัตว์ จับปลา ตลอดจนยวดยานพาหนะต่างๆ ทั้งทางบกทางน้ำอันเป็นของเก่าแก่ไว้ให้ชมอีกด้วย ติดต่อขอเข้าชมได้ที่ พระครูเมตตานุศาสน์ เจ้าอาวาสวัดกุฎีทอง และ น.อ.เถลิง อินทร์พงศ์พันธุ์ ผู้ดูแลรักษาศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน วัดกุฎีทอง ตำบลบางน้ำเชี่ยว อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี หรือติดต่อคุณวลัยวรรณ สุทธิโพธิ์ ในเวลาราชการ โทร. (036) 512320 เสาร์-อาทิตย์ โทร. (036) 511902
วัดพระปรางคมุนี
อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 สู่อำเภอพรหมบุรี ประมาณกิโลเมตรที่ 8 เป็นวัดที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่ภายในโบสถ์ เขียนขึ้นในราวปี พ.ศ. 2462 เป็นภาพเขียนฝีมือระดับชาวบ้าน แต่ยังคงความงดงามไม่แพ้กันกับที่อื่น

อ. ค่ายบางระจัน
อนุสาวรีย์วีรชนและอุทยานค่ายบางระจัน
อยู่ห่างจากตัวเมือง 15 กิโลเมตร บนเส้นทางสาย 3032 มีพื้นที่ประมาณ 115 ไร่ เป็นสวนรุกขชาติที่พักผ่อนหย่อนใจ และมีอนุสาวรีย์วีรชนบางระจันซึ่งสร้างโดยกรมศิลปากร ปรากฏสวยเด่นเป็นสง่าอยู่ในสวนนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ทรงเปิดอนุสาวรีย์นี้เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2519 ค่ายบางระจันมีความสำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์ ผืนแผ่นดินแห่งนี้ได้บันทึกเหตุการณ์ความกล้าหาญและเสียสละของวีรชนไทยที่เกิดขึ้นราว พ.ศ. 2308 ในครั้งนั้นชาวบ้านบางระจันได้รวมพลังกันต่อสู้กับกองทัพพม่าซึ่งมีจำนวนมากมายมหาศาล โดยพม่าต้องยกทัพเข้าตีหมู่บ้านนี้ถึง 8 ครั้ง ใช้เวลาถึง 5 เดือน จึงเอาชนะได้

ค่ายบางระจันในปัจจุบันนี้ ได้สร้างจำลองโดยอาศัยรูปแบบค่ายในสมัยโบราณ บนเนินสูงหน้าค่ายนั้นมีรูปหล่อของวีรชนค่ายบางระจันที่เป็นหัวหน้าทั้ง 11 คน นับเป็นอนุสาวรีย์ที่สำคัญยิ่งของชาติแห่งหนึ่ง

วัดโพธิ์เก้าต้น
ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายบางระจัน อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 15 กิโลเมตร ณ ที่แห่งนี้วีรชนชาวไทยได้เคยใช้เป็นที่มั่นในการต่อต้านข้าศึกที่มารุกราน ชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า “วัดไม้แดง” เพราะภายในบริเวณมีต้นไม้แดง ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งอยู่หลายต้น และชาวบ้านถือกันว่าเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครกล้าตัดหรือทำลาย ในบริเวณวัดมี “วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ” ซึ่งเป็นผู้นำสำคัญผู้หนึ่งของชาวบ้านบางระจัน และใกล้ๆ กันก็มี “สระน้ำพระอาจารย์ธรรมโชติ” มีปลาอยู่ชุกชุมเพราะชาวบ้านถือว่าเป็นปลาศักดิ์สิทธิ์จึงไม่จับไปรับประทาน ส่วนหน้าวัดได้มีการจำลองค่ายบางระจันตามประวัติศาสตร์ไว้ด้วย กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวัดโพธิ์เก้าต้นเป็นโบราณสถาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2498

อ. อินทร์บุรี
วัดม่วง
ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา การเดินทางใช้เส้นทางมาจากถนนสายเอเซียจะสะดวกที่สุด เมื่อเลี้ยวขวาเข้าตัวตลาดอำเภออินทร์บุรีจะมีทางเลี้ยวซ้ายไปอีก 2.5 กิโลเมตร วัดม่วงนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจที่วิหารเก่าแก่สมัยอยุธยา ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติ เป็นภาพเขียนสีฝุ่น ฝีมือวาดชั้นครูที่งดงามสมบูรณ์มากที่สุดของภาคกลาง สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันได้รับการบูรณะจากกรมศิลปากรแล้ว
วัดสุทธาวาส
อยู่ในตำบลทับยา เลยจากวัดกระดังงาบุปผารามไป 5 กิโลเมตร ภายในวิหารหลังเก่าซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา มีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติที่ยังคงงดงามมาก
เมืองโบราณบ้านคูเมือง
อยู่ในเขตตำบลห้วยชัน ห่างจากตัวอำเภอตามเส้นทางสายอินทร์บุรี-ชัยนาท ประมาณ 7 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 23 กิโลเมตร สันนิษฐานว่าเป็นชุมชนโบราณสมัยทวาราวดี ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมปลายมน มีเนินดินขนาดใหญ่ มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ขุดค้นพบภาชนะดินเผามากมาย เช่น หม้อ ไห กาน้ำ ลูกปัดหินสีต่างๆ ปัจจุบันได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี ภายในบริเวณเมืองโบราณแห่งนี้ ปัจจุบันทางจังหวัดจัดให้เป็นสวนรุกขชาติ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี
ตั้งอยู่ในบริเวณวัดโบสถ์ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดโดยเส้นทางถนนสายสิงห์บุรี-ชัยนาท ประมาณ 15 กิโลเมตร มีโบราณวัตถุที่สำคัญและเป็นที่รวมความรู้ด้านประวัติศาสตร์ เช่น โบราณวัตถุที่ขุดพบได้จากแหล่งโบราณบ้านคูเมือง เครื่องประดับสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ พัดยศเครื่องถ้วยศิลปะไทยและจีน เครื่องดนตรีไทย พระพุทธรูปสมัยต่างๆ เป็นต้น

ในบริเวณเดียวกันกับพิพิธภัณฑสถานเป็นที่ตั้งของวัดโบสถ์ ซึ่งเป็นวัดโบราณที่มีการสร้างอย่างประหลาดที่สุด คือ เอารางรถไฟเป็นแกนกลางข้างล่าง บานประตูหน้าต่างแกะสลัก ฝีมือช่างชื่นหัตถโกศล ช่างแกะฝีมือเยี่ยมแห่งสิงห์บุรีที่ทุ่มเทชีวิตงานแกะสลักไว้โดยใช้เวลาทั้งหมดรวม 10 ปี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรีนี้จะเปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 5 บาท (ยกเว้น นักเรียน นิสิต นักศึกษา ภิกษุ) ชาวต่างประเทศคนละ 10 บาท

อ. บางระจัน
วัดพระปรางค์ (ชัณสูตร)
อยู่ที่บ้านโคกหม้อ ตำบลเชิงกลัด ไปตามเส้นทางสายสิงห์บุรี-บางระจัน-สรรค์บุรี ประมาณ 16 กิโลเมตร ภายในบริเวณวัดมีพระปรางค์ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช องค์ปรางค์สูง 30 วา ฐานกว้าง 10 วา ก่อด้วยอิฐแบบปรางค์ไทย สูงชะลูดคล้ายฝักข้าวโพด ฐานเตี้ยภายในกลวง มีคูหาสี่เหลี่ยมจัตุรัส บนผนังคูหามีร่องรอยภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่เล็กน้อย มีภูเขาและรอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขา นอกจากนั้นยังมีร่องรอยของเตาเผาปรากฏอยู่ประมาณ 3-4 เตา วัดพระปรางค์ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478
แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย
ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) เป็นแหล่งเตาเผาภาชนะดินสมัยกรุงศรีอยุธยา ลักษณะตัวเตาเป็นแบบระบายความร้อนเฉียงขึ้น ก่อด้วยอิฐ ตัวเตาบางส่วนคล้ายเรือประทุนจึงเรียก “เตาประทุน” ตัวเตาเผาที่นับว่ามีขนาดใหญ่ มีความยาวถึง 14 เมตร กว้าง 5.60 เมตร และเส้นผ่าศูนย์กลางของปล่องควันไฟยาว 2.15 เมตร เคยใช้เป็นที่ผลิตภาชนะดินเผา เช่น ไห อ่าง ครก กระปุก ช่อฟ้า กระเบื้องปูพื้น เป็นต้น ตัวอย่างเครื่องปั้นดินเผาต่างๆ ที่ขุดได้บริเวณแหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย สามารถชมได้ในกุฏิของท่านเจ้าอาวาส แหล่งโบราณคดีแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นมรดกวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งแหล่งหนึ่งแล้ว ยังเป็นศูนย์ศึกษาทางวิชาการเซรามิคอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย
อุทยานแม่ลามหาราชานุสรณ์
อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 309 ประมาณ 9 กิโลเมตร จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายไปบ้านเชิงกลัด เข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานแม่ลา คำว่า “แม่ลา” เป็นชื่อลำน้ำสายหนึ่งในท้องที่จังหวัดสิงห์บุรี ไหลผ่านพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภออินทร์บุรี อำเภอบางระจัน และอำเภอเมืองสิงห์บุรี เป็นลำน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารของปลา ฉะนั้นปลาที่จับได้จากลำน้ำแม่ลาจึงมีรสชาติอร่อย อ้วน เนื้อนุ่ม มัน โดยเฉพาะปลาช่อนแม่ลา ซึ่งเป็นอาหารและของฝากที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสิงห์บุรี ปัจจุบันปลาช่อนแม่ลาหายากขึ้นทุกวัน ทางราชการจึงหาทางอนุรักษ์และฟื้นฟู โดยขุดลอกแม่ลามหาราชานุสรณ์ขึ้นริมฝั่งแม่น้ำลา โดยรอบๆ บริเวณอาคารทางการได้จัดให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนผู้แวะเข้ามาเยี่ยมชม

อนึ่ง โครงการนี้เป็นการถวายราชสักการะแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา


อ. ท่าช้าง
วัดพิกุลทอง
อยู่ในเขตตำบลวิหารขาว อยู่ห่างจากวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารไปประมาณ 9 กิโลเมตร ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วัดหลวงพ่อแพ (พระเทพสิงหบุราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี) ที่วัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือ พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี ขนาดหน้าตักกว้าง 11 วา 2 ศอก 7 นิ้ว สูง 21 วา 1 คืบ 3 นิ้ว ภายในเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับด้วยโมเสดทองคำธรรมชาติชนิด 24 เค รอบๆ พระวิหารใหญ่มีวิหารคด ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางประจำวันต่างๆ นอกจากนี้ยังมีสวนธรรมะและสิ่งก่อสร้างที่สวยงามน่าสนใจ แวดล้อมด้วยบรรยากาศร่มรื่นสงบ

ข้อมูลท่องเที่ยว
ข้อมูลจังหวัด จ.สิงห์บุรี
โรงแรม ที่พัก โรงแรม ที่พัก
ร้านอาหาร ร้านอาหาร
ของฝาก ที่ระลึก ของฝาก ที่ระลึก
แหล่งท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว
เทศกาล ประเพณี เทศกาล ประเพณี
กิจกรรม กิจกรรม
เที่ยวตามฤดู เที่ยวตามฤดู

แหล่งท่องเที่ยวอุทยานฯ
 


@ Copyright. 2001 - 2017. All Right Reserved
เลขที่ 11 ซ.รามคำแหง 24 แยก 34 หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240. Tel. 02-300-4791 , Fax. 02-300-4314. อีเมล์ : sunny@triptourthai.com