ทริป ทัวร์ ไทย dot com ทริป ทัวร์ ไทย dot com
 
ทริป ทัวร์ ไทยHome
ทริป ทัวร์ ไทยแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม
ทริป ทัวร์ ไทยท่องเที่ยว 76 จังหวัด
ทริป ทัวร์ ไทยเทศกาลประจำเดือน
ทริป ทัวร์ ไทยท่องเที่ยวตามฤดุ
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าร้อน
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าฝน
  ทริป ทัวร์ ไทยหน้าหนาว
ทริป ทัวร์ ไทยกิจกรรมท่องเที่ยว
ทริป ทัวร์ ไทยโรงแรม ที่พัก
ทริป ทัวร์ ไทยร้านอาหารแนะนำ
ทริป ทัวร์ ไทยบริษัททัวร์
ทริป ทัวร์ ไทยเบอร์โทรศัพท์
ทริป ทัวร์ ไทยรถยนต์ เครื่องบิน รถไฟ
ทริป ทัวร์ ไทยเพิ่มข้อมูล | แนะนำเรา
 
ทาสีบ้าน
" P A I N T  'n  B U I L D "

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

ทาสีบ้าน

ทาสีห้องคอนโด

painting service in bangkok

ต้องการ ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด   ทาสีบ้าน
  ทาสีบ้าน  ทาสีห้องคอนโด 
painting service in bangkok โทรเลย!! .   โทร. 02-300-4791
  click  " P A I N T  'n  B U I L D "

หางาน อมตะนคร หางาน อมตะซิตี้ หางานนิคม หางานนิคมอมตะ
ทาสีบ้าน
MRThaiPaint.com

สี toa  สีราคาถูก  สีทีโอเอ  ร้านขายสี  ขายสี  ร้านสี   สี toa  สีราคาถูก  สีทีโอเอ  ร้านขายสี  ขายสี  ร้านสี  
click เลย !!
:. advertisement  
PaintandBuild.com : ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด   ทาสีบ้าน   ทาสีห้องคอนโด  painting service in bangkok  
AmataJOBS.com : หางาน อมตะนคร  หางานนิคม  หางาน อมตะซิตี้  หางานนิคมอมตะ  หางาน อมตะนคร  หางานนิคม  หางาน อมตะซิตี้  หางานนิคมอมตะ 
SiamPainter.com : รับเหมาทาสี  ทาสีตึก   ทาสีหอพัก   ทาสีอาคารสูง   ทาสีโรงแรม  ทาสีโรยตัว   ช่างทาสี  ช่างสี  
MRThaipaint.com : สี toa สีราคาถูก สีทีโอเอ ร้านขายสี ขายสี ร้านสี  สีทาบ้าน 
สนใจโฆษณา โทร. 02-300-4791
:: จังหวัดกรุงเทพมหานคร ::


พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ วันราชวัลลภ  ในวันที่ 3 เดือนธันวาคม เหล่าทหารรักษาพระองค์ได้จัดพิธีถวาย สัตย์ปฏิญาณ ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าในช่วงบ่าย เพื่อ แสดงความพร้อมเพรียง และความจงรักภักดีของเหล่าทหารหาญ ที่มีต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจเช่นกัน
งานว่าวสนามหลวง  ว่าวเป็นสิ่งที่ชาวไทยคุ้นเคยและรู้จักกันมาแต่โบราณ เพราะเป็น การละเล่นและเป็นกีฬาที่แพร่หลาย เริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยสุโขทัย (พ. ศ.1781-1981) จนเกิดตำนานความรักระหว่างพระร่วงหรือพ่อ ขุนศรีอินทราทิตย์ซึ่งโปรดการเล่นว่าวมาก วันหนึ่งพระองค์ทรง เล่นว่าวในวัง สายป่านขาดลอยไปตกที่หลังคาบ้านพระยาเอื้อ พระองค์เสียดายว่าวมาก เมื่อถึงเวลากลางคืนจึงปลอมตัวเป็นคน สามัญ ปีนออกจากวังไปเก็บว่าวที่บ้านพระยาเอื้อ เมื่อปีนไปก็ได้พบ ว่าพระยาเอื้อมีลูกสาวสวย ทำให้พระองค์เกิดความรักกับลูกสาว พระยาเอื้อ

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ.1893-2310) การเล่นว่าวได้รับความ นิยมมาก ตั้งแต่พระมหากษัตริย์เรื่อยมาจนถึงสามัญชน ในสมัย สมเด็จพระเพทราชา ได้ใช้ว่าวในการสงครามด้วย คือใช้ว่าวติด ลูกระเบิดลอยขึ้นไปแล้วจุดไฟสายป่าน ทำให้ฝ่ายข้าศึกถูกระเบิด เสียหาย การแข่งขันว่าวจุฬาและปักเป้าได้เกิดขึ้นในสมัยนี้ พระ มหากษัตริย์จะทรงว่าวจุฬา ถ้าใครเล่นว่าวปักเป้าเข้ามาในเขตของ พระองค์ก็จะถูกคว้าลงมา และการพนันเรื่องว่าวก็เริ่มมีขึ้นแต่บัด นั้น

สมัยรัตนโกสินทร์ (พ.ศ.2325 ถึงปัจจุบัน) การเล่นว่าวยังเป็นที่ นิยมกันอยู่มาก ในสมัยรัชกาลที่ 4 (พ.ศ.2394-2111) พระองค์ ทรงมีพระบรมราชานุญาต ให้ประชาชนเล่นว่าวได้ที่ท้องสนาม หลวง ต่อมาในรัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2449 ได้มีการจัดการแข่งขัน ว่าวจุฬา-ปักเป้า ชิงถ้วยทองคำพระราชทาน ที่พระราชวังดุสิต การแข่งขันนี้มีเป็นประจำทุกปี จนสิ้นรัชสมัยของพระองค์ ต่อมาใน ช่วงปีสุดท้ายในรัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2453-2468) พระองค์ได้ทรง ฟื้นฟูกีฬาว่าวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงได้จัดการแข่งขันกีฬาว่าว ระหว่างจุฬา-ปักเป้าประจำปีขึ้นมาอีก และดำเนินมาถึงปัจจุบัน โดย จัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง ระหว่างกลางเดือนกุมภาพันธ์-กลางเดือน เมษายน ณ ท้องสนามหลวง โดยการแข่งขันจะเริ่มเวลาประมาณ 16.45-17.30 น. และในระหว่างเทศกาลดังกล่าว บริเวณท้อง สนามหลวงก็ได้จัดกิจกรรมเสริมอื่นๆ ให้ชมด้วย เช่น การแสดง ศิลปะป้องกันตัว กระบี่กระบอง ดนตรีไทย การจำหน่ายว่าวชนิด ต่างๆ รวมทั้งมีการนำว่าวจากต่างประเทศมาแสดงด้วย เป็น กิจกรรมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จากชาวไทยและชาวต่าง ประเทศ

ประเพณีสงกรานต์วิสุทธิกษัตริย์  งานสงกรานต์วิสุทธิกษัตริย์ เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ.2478 โดยมีชาว วิสุทธิกษัตริย์กลุ่มหนึ่ง ได้ร่วมกันจัดทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ในวัน สงกรานต์ รวมทั้งมีการปล่อยนกปล่อยปลา เล่นเข้าผี และมีมหรสพ มากมาย ซึ่งชาวบ้านได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ภายหลังได้ตั้ง ชื่องานว่า "ประเพณีสงกรานต์วิสุทธิกษัตริย์" และกำหนดให้จัด ขึ้นในวันที่ 12-13 เมษายน

พ.ศ.2489 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีใน รัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานเงินสมทบทุนให้จัดงานขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หลังจากระงับไประหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ.2485-2488) และได้มีการประกวดเทพีสงกรานต์ขึ้นเป็นครั้งแรก

กิจกรรมในงานเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน มีการแห่พระพุทธรูป จากวัดตรีทศเทพมาประดิษฐาน ณ บริเวณงานย่านถนนวิสุทธิ กษัตริย์ เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำ มีการรดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ การละเล่นพื้นเมือง กีฬาสำหรับเด็ก กลางคืนมีมหรสพต่าง ๆ

ในวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นวันสงกรานต์ มีการตักบาตรและ ประกวดเทพีสงกรานต์ในช่วงเช้า และการแสดงในยามค่ำคืน

พระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ  พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ทำเพื่อความเป็น สิริมงคลแก่พืชพันธุ์ธัญญาหาร และเพื่อเป็นการบำรุงขวัญ เกษตรกรไทย โดยพระราชพิธีพืชมงคลเป็นพิธีสงฆ์ พระราชพิธี จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีพราหมณ์ แต่มีจุดประสงค์อย่าง เดียวกัน พระราชพิธีนี้กระทำต่อเนื่องกัน จึงเรียกว่า "พระราชพิธี พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ"

พระราชพิธีพืชมงคล เริ่มมีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ส่วนพระราช พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หรือเรียกสามัญว่า "พิธีแรกนา ขวัญ" สันนิษฐานว่ามีมาก่อนกรุงสุโขทัย ส่วนในสมัยกรุงศรีอยุธยา ถือเป็นพิธีสำคัญ เพราะมีตราไว้ในกฎมณเฑียรบาล ให้ถือเป็นพระ ราชพิธีที่ต้องปฏิบัติเป็นประจำในเดือน 6 ต่อมาในสมัยกรุงรัตน โกสินทร์ พระราชพิธีพืชมงคลซึ่งเป็นพิธีสงฆ์ จะทำที่ท้องสนาม หลวงและพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพิธี พราหมณ์จะทำที่ทุ่งส้มป่อยนอกพระนคร แต่พิธีทั้งสองนี้ทำในวัน และเวลาเดียวกัน พระราชพิธีนี้ได้ถูกระงับไปครั้งหนึ่งระหว่าง พ.ศ.2479-2502 เพราะเป็นระยะเวลาหลังการเปลี่ยนแปลงการ ปกครอง แต่พิธีพืชมงคลก็ยังถือปฏิบัติอยู่

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ได้ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูขึ้นใหม่ พ.ศ. 2503 และโปรดให้ กระทำทั้งสองพระราชพิธี คือ พระราชพิธีพืชมงคลและพระราช พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตามโบราณราชประเพณี และให้เป็น พระราชพิธีต่อเนื่องกัน โดยพระราชพิธีพืชมงคลจะทำก่อน พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 1 วัน ในเดือนพฤษภาคม

ประเพณีใส่บาตรดอกไม้ วัดบวรนิเวศฯ  การบูชาพระรัตนตรัยด้วยดอกไม้ธูปเทียนนั้นเรียกว่า "อามิสบูชา" ศรัทธานี้มีผลานิสงส์ไม่น้อยไปกว่าการปฏิบัติบูชา และนับเป็นคติ ความเชื่อทางพุทธศาสนาที่ชาวไทยปฏิบัติสืบทอดกันมา การถวาย ดอกไม้เพื่อบูชาพระจะทำเป็นพิธีใหญ่ และสืบทอดกันมาจนกลาย เป็นประเพณีประจำถิ่น เรียกว่า "ประเพณีใส่บาตรดอกไม้" หรือ "ประเพณีตักบาตรดอกไม้" ซึ่งในกรุงเทพมหานครจะมีเพียงแห่ง เดียวที่วัดบวรนิเวศวิหาร

ประเพณีใส่บาตรดอกไม้ที่วัดบวรนิเวศวิหารนี้ ได้จัดมาเป็นประจำ ทุกปี ประมาณ 50 ปีมาแล้ว แต่ดอกไม้ที่ใช้ในวัดบวรนิเวศฯ นี้แตก ต่างจากดอกไม้ที่ใช้ใส่บาตรที่อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เพราะที่วัดบวรนิเวศฯ ใช้ดอกบัว แต่ก็มีดอกไม้ชนิดอื่นปะปนเข้ามา ด้วย เช่น ดอกกุหลาบ กล้วยไม้ และดอกไม้สดที่นำมาประดิษฐ์อย่าง สวยงาม

สาเหตุของการใช้ดอกบัวนั้น พระคุณเจ้าพระครูสุภัทรสารโสภณ ผู้ ช่วยเลขาธิการวัดบวรนิเวศเล่าว่า ในพุทธประวัติตอนต่าง ๆ มีการ ถวายดอกไม้เป็นประจำ โดยเฉพาะดอกบัว และจากพุทธปาฏิหาริย์ มักปรากฏดอกบัวผุดขึ้นมารองรับพระบาททุกย่างก้าวที่พระองค์ เสด็จไป โดยเฉพาะตอนประสูติ เห็นได้ว่าดอกบัวมีความสำคัญ ทางพุทธศาสนา ดังนั้นจึงถือว่าดอกบัวเป็นดอกไม้ประธานของ ดอกไม้ทั้งปวง

กำหนดการจัดการในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 (วันเข้าพรรษา) เวลาประมาณ 15.00-16.00 น.
งานเทศกาลไทยเที่ยวไทย (THAIS TOUR THAILAND)  จัดขึ้นในปลายเดือนสิงหาคม ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อ เป็นการส่งเสริมให้ชาวไทยท่องเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น ลักษณะของ งานจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อพบผู้ขายโดยตรง โดยมีผู้แทน จากบริษัทนำเที่ยว สถานที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ร้านขายสินค้าที่ ระลึก นำสินค้ามาแสดง พร้อมเสนอรายการพิเศษต่าง ๆ โดย เฉพาะส่วนของสินค้าที่ระลึก ซึ่งเป็นผลิตผลจากงานฝีมือของชาว บ้านท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศ จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ มีการ แสดงพื้นบ้าน สาธิตงานหัตถกรรม และกิจกรรมเสริมอื่น ๆ มากมาย

ประวัติความเป็นมา
เดิมชื่องานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ซึ่งในปี พ.ศ.2523 รัฐบาลได้ ประกาศให้เป็นปีท่องเที่ยวไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงกำหนดโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยขึ้น โดย จัดให้มีงานแสดงศิลปวัฒนธรรม เป็นงานประจำปี 2 งาน คือ งาน แสดงศิลปวัฒนธรรมระหว่างภาค (3 วัน) จัดรวมกับงานประจำปี ของจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ของแต่ละภาคหมุนเวียนไปปีละภาค อีกงานหนึ่ง คือ งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย (5 วัน) จัดขึ้นที่สวน อัมพร

ในปี พ.ศ.2527 คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สมาคมนิยม ไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนได้รวมการจัด งานสัปดาห์แห่งเอกลักษณ์ไทย และงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยเป็น งานเดียวกัน และได้จัดงาน "เทศกาลเที่ยวเมืองไทยและเสริมสร้าง เอกลักษณ์ไทย" ขึ้น และในปี พ.ศ.2529 มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ นำงานแสดงเครื่องปั้นดินเผาแห่งชาติ มารวมในงานนี้ด้วย

พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนิน ถวายผ้าพระกฐิน โดยกระบวน พยุหยาตราชลมารค  ในยุคแรกเริ่มของกระบวนเรือ การเสด็จพระราชดำเนินของพระ มหากษัตริย์ไทย นับแต่โบราณกาลมา นอกจากการเสด็จพระราช ดำเนินทางบก ที่เรียกว่า "พยุหยาตราสถลมารค" แล้ว การเสด็จ พระราชดำเนินทางน้ำ คือ "พยุหยาตราชลมารค" ก็เป็นเส้นทาง การคมนาคมที่สำคัญยิ่งเช่นกัน ตั้งแต่ครั้งสมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ของไทยเรา ปรากฏว่าพระร่วงทรงเรือออกไปลอยกระทงหรือพิธี จองเปรียง ณ กลางสระน้ำ พร้อมทั้งเผาเทียนเล่นไฟในยามคืนเพ็ญ เดือนสิบสอง

ครั้นต่อมาถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ซึ่งเป็นเมืองเกาะล้อม รอบไปด้วยแม่น้ำลำคลองมากมายหลายสาย ชีวิตความเป็นอยู่ริมน้ำ ของชาวกรุงเก่า จึงต้องอาศัยเรือในการสัญจรไปมา รวมทั้งในเวลา รบทัพจับศึกก็จะใช้กระบวนทัพเรือเป็นสำคัญ จึงปรากฏว่ามีการ สร้างเรือรบมากมายในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ในเวลาบ้านเมืองปราศจากศึกสงคราม ได้ใช้เรือรบฝึกซ้อมกระบวน ยุทธ์กันเป็นนิจ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก อันเป็นเวลาที่ราษฎร ว่างจากการทำนา จึงเรียกระดมพลมาฝึกซ้อมกระบวนทัพเรือ โดย อาศัยฤดูกาลประจวบกับการทอดกฐิน พระเจ้าแผ่นดินจึงเสด็จพระ ราชดำเนินไปถวายพระกฐิน โดยกระบวนเรือรบแห่แหนเพื่อให้ไพร่ พลได้รื่นเริงในการกุศล จึงจัดเป็นประเพณีที่แห่เสด็จกฐิน โดยกระบวนเรือยาวสืบมาจนทุกวันนี้

ในขณะเดียวกัน ยามบ้านเมืองสุขสงบว่างเว้นจากการงาน ชาวกรุง ศรีอยุธยาก็หันมาเล่นเพลงเรือ แข่งเรือกันเป็นที่สนุกสนาน โดย เฉพาะพระเจ้าแผ่นดินกรุงสยาม สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อ จะเสด็จแปรพระราชฐานไปยังหัวเมืองต่าง ๆ จะมีกระบวนเรือ เพชรพวง ซึ่งเป็นริ้วกระบวนที่ใหญ่มาก จัดออกเป็น 4 สาย และริ้ว เรือพระที่นั่งตรงกลางอีก 1 สาย ใช้เรือทั้งสิ้นไม่น้อยกว่าร้อยลำ ระหว่างการเคลื่อนกระบวนพยุหยาตรา ก็มีการเห่เรือพร้อมเครื่อง ประโคม จนเกิดเป็นวรรณกรรมร้อยกรองที่ไพเราะยิ่ง คือ "กาพย์ เห่เรือ" ซึ่งเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ ในสมัยพระเจ้าบรมโกศ ตอน ปลายกรุงศรีอยุธยา ซึ่งบรรยายถึงความงดงามและลักษณะของเรือ ในกระบวนพยุหยาตราชลมารคครั้งนั้น และบทเห่เรือนี้ก็กลายเป็น แม่แบบของการแต่งกาพย์เห่เรือมาจนเท่าทุกวัน

พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยกระบวน พยุหยาตราชลมารคนี้ จะจัดขึ้นในโอกาสพิเศษเท่านั้น จึงเป็นสิ่งที่ ประชาชนชาวไทย และชาวต่างประเทศเฝ้ารอคอยที่จะได้ชมมา เป็นเวลานาน

งานนมัสการพระบรมบรรพต หรืองานวัดภูเขาทอง  บรมบรรพต หรือภูเขาทองนี้ สร้างเป็นรูปภูเขามีพระเจดีย์อยู่บน ยอด มีบันไดเวียนขึ้นทางทิศเหนือและทิศใต้ การสร้างนี้ได้เริ่มขึ้น ในสมัยรัชกาลที่ 3 พร้อมพระราชทานนามว่า "พระเจดีย์ภูเขา ทอง" แต่เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นดินอ่อนพระเจดีย์จึงทรุดลง ต่อมา ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทำการปรับปรุงและเปลี่ยนนามเป็น "บรม บรรพต" การปรับปรุงซ่อมแซมนี้ได้ดำเนินมาจนแล้วเสร็จในสมัย รัชกาลที่ 5 และได้โปรดให้ตัดถนน ถมคลอง และทำสะพานเพื่อ ความสะดวกในการเข้าไปยังลานบรมบรรพต

บรมบรรพตหรือภูเขาทองมีความสูงจากฐานถึงยอดพระเจดีย์ 63.6 เมตร ตกแต่งด้วยการบุโมเสค กระเบื้องสีจากอิตาลีที่องค์ พระเจดีย์เป็นสีทองสุกอร่าม และได้รับการปรับพื้นดาดฟ้าสร้าง พระเจดีย์ทิศ 4 มุม ภายในพระเจดีย์ใหญ่บนบรมบรรพตนี้ บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุจากกรุงกบิลพัสดุ์ ประเทศอินเดีย และพระ ทันตธาตุ หรือพระเขี้ยวแก้วของพระพุทธองค์ไว้ด้วย ต่อมาในปี 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ได้ทรงบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุในพระเจดีย์บนลูกแก้ว

งานนมัสการพระบรมบรรพตหรืองานวัดภูเขาทอง ได้เริ่มมีขึ้นใน สมัยรัชกาลที่ 3 และได้จัดให้มีงานเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบันใน วันขึ้น 11 ค่ำ ถึงวันแรม 3 ค่ำ เดือน 12 รวม 7 คืน 8 วัน โดยใน งานจะมีการนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐานอยู่ในพระ เจดีย์ใหญ่ และปิดทองพระอัฏฐารส พระพุทธรูปสำคัญของวัด มี การออกร้านขายสินค้า อาหาร มีการละเล่น มหรสพ และสวนสนุก สำหรับเด็กๆ ทุกวัน


ข้อมูลท่องเที่ยว
ข้อมูลจังหวัด จ.กรุงเทพมหานคร
โรงแรม ที่พัก โรงแรม ที่พัก
ร้านอาหาร ร้านอาหาร
ของฝาก ที่ระลึก ของฝาก ที่ระลึก
แหล่งท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว
เทศกาล ประเพณี เทศกาล ประเพณี
กิจกรรม กิจกรรม
เที่ยวตามฤดู เที่ยวตามฤดู

แหล่งท่องเที่ยวอุทยานฯ
    พระบรมมหาราชวัง
    พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
    พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท
    พระที่นั่งพิมานรัตยา
    พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
    วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว
    ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ และเหรียญกษาปณ์
    พระที่นั่งอนันตสมาคม
    พระราชวังดุสิตและพิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ
    พิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพ
    พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง
    พระตำหนักสวนสี่ฤดู
    วังสวนผักกาด
    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป
    วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์
    ตึกถาวรวัตถุ
    พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา
    วัดบวรนิเวศวิหาร
    วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
    วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี
    วัดราชนัดดารามวรวิหาร
    วัดเทพธิดาราม
    วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
    วัดสุทัศน์เทพวราราม
    วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม
    วัดราชบูรณะ
    วัดสระเกศ (ภูเขาทอง)
    วัดอินทรวิหาร
    วัดไตรมิตรวิทยาราม
    วัดเบญจมบพิตร
    พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี
    พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
    พิพิธภัณฑ์แร่ และหิน
    พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
    พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ
    พิพิธภัณฑ์หินแปลก
    พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
    พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร
    พิพิธภัณฑ์ปราสาท
    หอสมุดแห่งชาติ
    หอสมุดดำรงราชานุภาพ
    สวนหลวง ร. 9
    อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
    สวนสัตว์ดุสิต (เขาดินวนา)
    แดนเนรมิต
    สวนสยาม
    ซาฟารีเวิลด์
    สนามกีฬาแห่งชาติ
    ศูนย์กีฬาเยาวชนไทย-ญี่ปุ่น
    สนามกีฬาของการกีฬาแห่งประเทศไทย
    สนามมวยเวทีลุมพินี
    สนามมวยเวทีราชดำเนิน
    สนามแข่งม้าราชตฤณมัยสมาคม
    สนามแข่งม้าราชกรีฑาสโมสร
    สนามกอล์ฟทหารบก
    สนามกอล์ฟกรุงเทพกรีฑา
    สนามกอล์ฟนวธานี
    สนามกอล์ฟราชกรีฑาสโมสร
    สนามกอล์ฟทหารอากาศกานตรัตน์
    สนามกอล์ฟราชนาวี
    สนามกอล์ฟดุสิต
    สนามกอล์ฟชลประทาน
    สนามกอล์ฟธูปเตมีย์
    สนามกอล์ฟเมืองเอก
    สนามกอล์ฟยูนิโก้
    สนามกอล์ฟเกียรติธานี คันทรี่คลับ
    วินสัน กอล์ฟ
    สนามกอล์ฟปัญญาอินทรา
    สนามกอล์ฟกรีนวัลเล่ย์
    ศาลหลักเมือง
    อนุสาวรีย์ทหารอาสา
    อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
    พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
    อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
    พระบรมรูปทรงม้า
    อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
    อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
    อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช
    โรงละครแห่งชาติ
    โรงละครเฉลิมกรุง รอยัล เธียเตอร์
    โรงละครกรุงเทพ
    ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
    ศูนย์สังคีตศิลป์
    สนามหลวง หรือ ทุ่งพระเมรุ
    เสาชิงช้า
    บ้านจิม ทอมป์สัน
    สถานศึกษา และปฏิบัติธรรม องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก
    บ้านตุ๊กตาบางกอกดอลล์ และตุ๊กตานานาชาติ
    สวนงูสภากาชาดไทย
    ศูนย์สปัน อารยวัฒนศิลป์
    อนุสรณ์สถานแห่งชาติ
    ตลาดน้ำตลิ่งชัน
    สะพานพระราม 9
 


@ Copyright. 2001 - 2017. All Right Reserved
เลขที่ 11 ซ.รามคำแหง 24 แยก 34 หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240. Tel. 02-300-4791 , Fax. 02-300-4314. อีเมล์ : sunny@triptourthai.com